บทที่ 10 ตอนที่ 10 มีอะไรจะพูดอีกมั้ย
ตอนที่ 10 มีอะไรจะพูดอีกมั้ย
“ให้ตายเถอะ”
“อะไรเหรอมะนาว เที่ยงนี้กินอะไรกันดี เริ่มหิวแล้วเนี่ย อีกตั้งครึ่งชั่วโมงกว่าจะเรียนคลาสนี้จบ ฟังข้อกฎหมายจนมึนไปหมดแล้ว”
“นั่นสิ วันนี้ทำไมถึงง่วงขนาดนี้เนี่ย อยากกินอะไรหวาน ๆ จังเลย”
ทั้งชะเอมและน้ำเริ่มบ่น เพราะคลาสเรียนที่หนักหน่วงไปด้วยข้อกฎหมาย ซึ่งเป็นหนึ่งในวิชาที่น่าเบื่อที่สุดในคณะ แต่พวกเธอก็ต้องสอบให้ผ่าน เพราะถือว่าเป็นกฎหมายขั้นพื้นฐาน
ครึ่งชั่วโมงต่อมา
“โอ๊ย…ในที่สุดก็เลิกแล้ว ไปหาอะไรกินกันเถอะ ไปกันเอม มะนาว”
มะนาวรีบเก็บของและหันมายิ้มให้กับเพื่อน ๆ
“ไปกันก่อนเลย เรามีธุระต้องรีบไปที่หอสมุดน่ะ”
“อะไรนะ รีบขนาดนั้นเลยเหรอ นี่มันพึ่งจะเที่ยงเองนะ กินข้าวก่อนแล้วค่อยไปดีมั้ย”
“ไม่เป็นไร เราจะรีบไปรีบกลับ เดี๋ยวค่อยกลับมากิน”
“งั้นให้เราไปเป็นเพื่อนมั้ยล่ะ จะได้กลับมากินข้าวพร้อมกัน”
เอมถามด้วยความเป็นห่วง มะนาวต้องรีบตอบกลับไปทันที
“ไม่เป็นไร ๆ เราไปไม่นานหรอก ไปกันก่อนเลย เราจะรีบไปรีบมา”
“งั้นก็ได้ รีบไปรีบมานะ ช่วงบ่ายยังต้องเรียนอีกคลาสหนึ่งด้วย ให้ตายเถอะรีบไปหาอะไรกินก่อนเถอะ หิวจนไส้จะบิดได้อยู่แล้ว”
“ไป ๆ ไปหาข้าวกินกัน”
เมื่อทั้งหมดเดินลงจากตึกมา มะนาวก็แยกกับเพื่อน ๆ ที่หน้าตึก เพื่อรีบไปที่หอสมุดตามคำสั่งของเซย์จิ เธอรีบไปเพื่อจะได้รีบกลับ แน่นอนว่าเธอไม่อยากเสียเวลาพักที่มีแค่สองชั่วโมงไป
หอสมุด
มะนาวรู้ดีว่าเซย์จะไปรอเธออยู่ที่ไหน ชั้นหนังสือเกี่ยวกับปรัชญาโบราณที่ชั้นห้า ซึ่งแทบจะไม่มีใครขึ้นมาเลย เพราะเป็นชั้นที่เก็บแค่หนังสือเก่าเอาไว้ สุดริมทางเดินมีห้องเก็บของ ที่ไม่มีใครเข้าไป และแน่นอนว่ามีแค่เซย์จิ กับมะนาวเท่านั้น ที่เคยเข้าไปในห้องนี้ เมื่อเธอเดินมาถึงชั้นสาม ก็เห็นเขานั่งรออยู่ที่โต๊ะริมสุด เซย์จิเดินมาและเดินนำเธอไปทันที
“ตามมา”
มะนาวเดินตามเขาไปห่าง ๆ เวลาแบบนี้ในหอสมุดนอกจากบรรณารักษ์แล้ว ก็แทบจะไม่มีใครอยู่ เพราะเป็นช่วงเวลาที่ทุกคนในมหาวิทยาลัย มักจะไปทานข้าว หรือไม่ก็ไปนั่งตามคาเฟ่ต่าง ๆ ที่กระจายอยู่ทั่วมหาวิทยาลัย
ห้องเก็บของ
“คุณเซย์จิ”
“แน่มากนะ ที่กล้าตัดสายฉันทิ้ง”
“ฉันเรียนอยู่ค่ะ อาจารย์ดุมาก ไม่อนุญาตให้ใช้มือถือ”
เซย์จิเดินต้อนเธอมาจนถึงมุมห้อง ซึ่งมีโต๊ะตั้งอยู่ สายตาเขากำลังโกรธมาก คงเป็นเพราะเรื่องเมื่อเช้า และมะนาวก็รู้ดีว่า เขาคงโมโหที่เธอเดินมาขึ้นวินมอเตอร์ไซด์โดยไม่รอเขา
“มีอะไรจะพูดอีกมั้ยมะนาว”
“คะ คือ… ขอโทษค่ะ”
“ขอโทษเหรอ ขอโทษเรื่องอะไร”
“เมื่อเช้านี้ ฉันเห็นว่ามีคนจะไปด้วย กลัวว่าจะมีคนสงสัย ก็เลยเลือกจะ…โอ๊ย!”
“ไม่ทันได้ถามก็ตัดสินใจเอง ให้มันเป็นแค่วันนี้นะมะนาว ถ้ายังกล้าทำอีกละก็ อย่าหาว่าฉันไม่เตือน”
“อ๊ะ!”
เขาจับหน้าเธอมาบีบและขู่ มะนาวรู้ดีว่าเซย์จิเป็นคนเอาแต่ใจตัวเองมากแค่ไหน แต่ถ้าแค่เรื่องเมื่อเช้าที่เธอไม่ขึ้นรถมากับเขา ไม่น่าจะทำให้เขาโกรธมากขนาดนี้
“คุณเซย์ นาวเจ็บ โอ๊ย!”
เขาลดแรงบีบลง และก้มลงไปบดขยี้ริมฝีปากเธอตรงหน้า มันน่าแปลกตรงที่เขาแค่เห็นหน้าเธอ ก็เริ่มรู้สึกร้อนวูบวาบ และเกิดความต้องการตลอดเวลา ยัยเด็กแว่นคนนี้ไม่รู้ว่ามีอะไรดี ทำไมทำให้เขาคลั่งได้ถึงขนาดนี้
“อื้อ…เบาหน่อยค่ะ ที่นี่…”
“ทำอย่างกับว่าไม่เคย มานี่!”
“อ๊ะ!”
เขายกร่างบางของเธอขึ้นมาและพาไปนั่งที่โต๊ะริมสุดในห้อง และก้มลงจูบไม่ยั้ง มะนาวได้แต่ยอมรับ แน่นอนว่าเธอเองก็รู้สึกวูบวาบด้วยความตื่นเต้น ที่เห็นเขาเร่าร้อนแบบนี้
“อ๊ะ!”
“ไอ้คนที่เดินกับเธอเมื่อเช้านี้ล่ะ มันเป็นใคร”
“คะ?”
มะนาวที่ถูกจูบจนเริ่มรู้สึกมึน แทบจะจำอะไรไม่ได้ ถึงกับหันมามองหน้าเขา เซย์จิหงุดหงิดที่เธอไม่บอก และเริ่มแกะกระดุมนักศึกษาเธอออก ก่อนจะก้มลงไปใช้ลิ้นและปาก ขบเม้มที่หน้าอกของเธอ พลางยกขาของมะนาวและถกกระโปรงขึ้นมา
“อ๊ะ คุณเซย์ เบาหน่อยค่ะ อื้อ…ซี้ดดด…. คุณเซย์จิ”
เธอพยายามเม้มปาก เพื่อไม่ให้เสียงหลุดออกไป เซย์จิยังใช้ปลายลิ้นเกลี่ยรัว ๆ ที่ยอดอกของเธอไม่ยั้ง มือก็รูดแพนตี้ตัวเล็กของเธอลงมา
“บอกมาว่ามันเป็นใคร ทำไมต้องไปเดินกับมัน ฉันเตือนไว้ก่อนนะมะนาว เธอเป็นคนของฉัน และฉันก็ไม่อนุญาตให้เธอไปมั่วกับคนอื่น”
“มั่วเหรอคะ นี่คุณพูดอะไร อุ๊บ!!”
เขาจูบปิดปากเธอ และเริ่มถอดเสื้อช็อปสีแดงเข้มวางที่โต๊ะ จูบที่บดขยี้รุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ลิ้นร้อนนั่นกำลังความหาเหมือนกับจับผิดเธออยู่
“มะนาว… มันเป็นใคร”
“คือ…”
เธอพึ่งจะนึกออก ผู้ชายที่เขาว่านั่น อาจจะเป็นชินวุฒิ เพื่อนที่เรียนคณะเดียวกันกับเธอ เมื่อเช้านี้เธอเจอเขาที่หน้าคณะ และชินก็อาสาถือหนังสือมาให้เธอถึงห้องเรียน เมื่อรู้ว่าเซย์จิไม่พอใจ มะนาวก็อดไม่ได้ที่จะดีใจลึก ๆ ที่เขาเหมือนจะหึงเธอ
“บอกมาว่ามันเป็นใคร ไม่อย่างนั้นวันนี้ เธอได้คลานออกไปจากห้องนี้แน่”
